fbpx
เสริมจมูกมีกี่แบบ

การเสริมจมูก

คือ การปรับรูปทรงจมูกให้เปลี่ยนแปลงไป ตามความต้องการของแต่ละบุคคล ให้ดูดีขึ้น สวยขึ้น รับกับรูปหน้ามากขึ้น โดยยึดถือความพอดี และความเป็นธรรมชาติ โดยสามารถปรับทรงได้ทั้งบริเวณสันจมูกและปลายจมูก ให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมกับรูปหน้ามากที่สุด โดยสามารถเลือกทรงเองได้ว่าอยากได้แบบไหน

การเสริมจมูกเป็นการปรับมิติของใบหน้าที่สำคัญมากๆอย่างนึงเลยทีเดียวค่ะ เนื่องจากจมูกเป็นจุดศูนย์กลางของใบหน้า การที่มีทรงจมูกสวยได้รูป เข้ากับรูปหน้า ก็จะทำให้เราเป็นคนที่สวยมีเสน่ห์น่าดึงดูดน่าค้นหา ศัลยกรรมจมูกเป็นศิลปะแห่งการออกแบบซิลิโคน ให้มีรูปทรงรับกับรูปหน้า และกำหนดรูปร่างซิลิโคนให้พอดีพอเหมาะกับเนื้อจมูกของแต่ละบุคคลที่รับไหว ซึ่งคุณหมอเกียร์มีความเชี่ยวชาญทางศาสตร์และทางศิลป์ เกี่ยวกับการออกแบบและเหลาซิลิโคนให้เข้ากับใบหน้าและเน้นความปลอดภัยของคนไข้เป็นหลัก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของการทำศัลยกรรมจมูกเลยค่ะ คือต้องปลอดภัยและอยู่ได้นาน เพราะถ้าทรงสวยเพียงอย่างเดียว แต่โด่งเกินไป ที่เนื้อจมูกจะรับไหว ก็จะเกิดการทะลุตามมาค่ะ โดยการเสริมจมูกสามารถทำได้หลายวิธี คือ แบบปิด แบบเปิด และ แบบกึ่งเปิด

เนื้อเยื่อเทียมสามารถใช้บริเวณไหนได้บ้าง?

  1. รองปลายจมูก คุณหมอจะตัดตกแต่งชิ้นเนื้อเยื่อเทียมให้มีรูปทรงและความหนา ที่เหมาะสมที่สุดกับโครงสร้างจมูกของคนไข้ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ออกมาตามที่ต้องการ โดยไม่ควรใส่เยอะเกินที่เนื้อจมูกจะรับไหว เนื่องจาก จะทำให้แผลไม่ติด ปลายจมูกแดง จมูกอักเสบและติดเชื้อเป็นหนองตามมา หากเกิดปัญหาดังกล่าวแล้ว ต้องถอดซิลิโคนและเนื้อเยื่อเทียมออก เพื่อพักจมูกให้หายดีก่อนอย่างน้อย 3 เดือนถึงจะเสริมใหม่ได้
  2. ใส่ที่สันจมูก สามารถเพิ่มความโด่งของสันจมูกด้วยการเสริมเนื้อเยื่อเทียมได้เช่นกัน แต่ไม่แนะนำ เนื่องจาก โอกาสที่จะแกนจะลอย ขยับได้ไปมา และเบี้ยวเอียงสูงมาก เนื่องจากเนื้อเยื่อเทียมมีความหนาแน่นเหมือนฟองน้ำแข็งๆ ซึ่งค่อนข้างนิ่มและไม่สามารถกำหนดทิศทางได้เหมือนซิลิโคน และสันจมูกจากการเสริมเนื้อเยื่อจะดูหนาๆใหญ่ๆ สันไม่คม เพราะเหมือนเราเข้าไปเพิ่มเนื้อให้มีปริมาณมากขึ้นในบริเวณนี้ แต่ไม่ได้เพิ่มโครงเพื่อเลียนแบบกระดูกจมูกเหมือนที่ซิลิโคนทำได้ หากเสริมซิลิโคนที่สันจมูก คุณหมอสามารถเสริมเข้าไปใต้เยื่อหุ้มกระดูกได้ จะทำให้สันไม่เอียง ไม่ลอย ดูคมสวยเป็นธรรมชาติ เหมือนกระดูกจมูกจริงมากที่สุด สันจมูกตรง โอกาสที่จะเอียงน้อยมาก ซึ่งแนะนำการเสริมสันจมูกด้วยซิลิโคนจะดีที่สุดค่ะ

การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty)

คือการเปิดแผลให้เห็นโครงสร้างด้านในจมูกทั้งหมด เป็นการเปิดแผลที่เนื้อฐานจมูกที่อยู่ระหว่างรูจมูกทั้ง2ข้างด้วย หมอจะสามารถเห็นโครงสร้างด้านในได้อย่างชัดเจน ว่ามีความผิดปกติตรงส่วนใดบ้าง รูจมูกทั้ง 2 ข้างมีความไม่เท่ากันหรือรูปร่างอย่างไร และแก้ไขได้ตรงจุดเลย แต่ข้อเสียข้อใหญ่ที่สุดเลยคือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของความเสียหายต่อโครงสร้างจมูกโดยที่ไม่จำเป็น เพิ่มโอกาสการเกิดพังผืดดึงรั้งให้จมูกสั้นและรั้นเชิดขึ้นมา พังผืดอาจดึงรั้งให้จมูกเอียง หรือรูจมูกสองข้างไม่เท่ากันได้ อาจมีปัญหาตามมาเรื่องกระดูกใบหน้ายุบไม่เท่ากันตามมา หากมีการทุบตอกฐานจมูก การเสริมจมูกแบบเปิดจะเหมาะสำหรับชาวคอเคเซียน ชาวตะวันออกกลาง ที่มีกระดูกจมูกที่ใหญ่มาก หรือเอียงมาก ต้องศัลยกรรมหรือตัดกระดูกออก

ข้อดี

1. แก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกได้ทั้งหมด
2. แพทย์สามารถเห็นโครงสร้างทั้งหมดด้วยตาเปล่า

ข้อเสีย

1. เกิดภาวะแทรกซ้อนได้มาก โดยที่ไม่จำเป็น
2. แผลเป็น พังผืด คีลอยด์ เกิดได้มาก
3. โอกาสที่จมูกจะหดรั้งเป็นจมูกหมู จมูกผิดรูปได้มาก
4. ค่าใช้จ่ายสูง

การเสริมจมูกแบบกึ่งเปิด (Semi-Open Rhinoplasty)

เป็นเทคนิคที่พัฒนาต่อจากเทคนิคOpen เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายและสำคัญ เช่น การขาดเลือดของเนื้อเยื่อ เนื้อจมูกตาย อักเสบติดเชื้อ พังผืดดึงรั้งให้จมูกสั้นและผิดรูป เป็นการเปิดแผล2ข้าง จะเห็นโครงสร้างจมูกด้านในทั้ง กระดูกจมูก(nasal bone) กระดูกอ่อนปลายจมูก(laterral cartilage) เนื้อเยื่อและไขมัน(dermofat) และ เส้นเลือด(vessel) ไม่มีแผลกลางจมูกซึ่งเป็นการลดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่กล่าวไปข้างต้น และตัดปัญหาการเกิดรอยแผลเป็นคีลอยด์ที่เนื้อฐานจมูกที่อยู่ระหว่างรูจมูกทั้ง2ข้าง(Collumella) ซึ่งการเสริมจมูกแบบSemi-openนี้ ค่อนข้างครอบคลุมการแก้ไขโครงสร้างจมูกของคนไทยได้แทบจะทั้งหมด โดยเกิดปัญหาตามมาน้อยสุด บวมช้ำน้อย ฟื้นตัวไว ด้วยโครงสร้างพื้นฐานกระดูกและเนื้อเยื่อต่างๆ ของชาวเอเชีย จึงทำให้ฐานกระดูกจมูกคนไทยแทบจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสริมจมูกแบบOpenเลย

ข้อดี

1. ไม่มีแผลเป็นด้านนอกเลย ทั้งแผลเปิดศัลยกรรมจมูก และแผลตอกฐาน เนื่องจากซ่อนแผลเป็นไว้ด้านในทั้งหมด
2. แก้ไขปัญหาโครงสร้างทุกอย่างได้เหมือนโอเพ่น ทั้งบริเวณฐานจมูกและปลายจมูก
3. ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าโอเพ่น
4. บวมช้ำน้อยมาก ฟื้นตัวไว แผลหายเร็ว

ข้อเสีย

1. ทุบฐานจมูกแบบใหญ่ๆมาก เช่น จมูกชาวยุโรป หรือ ตะวันออกกลาง ได้ไม่มากเท่าเทคนิคโอเพ่น

การเสริมจมูกแบบปิด (Close Rhinoplasty)

เป็นวิธีการเสริมจมูกที่ง่ายที่สุด เป็นการเปิดแผลข้างเดียวและใส่ซิลิโคนเข้าไป เป็นวิธีที่ไม่แนะนำเพราะเกิดปัญหาความไม่เท่ากันตามมาได้มาก เพราะไม่สามารถปรับโครงสร้างทั้งสองข้างให้เท่ากันได้ หากเปิดแผลข้างเดียว ช่องจมูกที่เปิดจะกว้างไม่เท่ากันทั้งสองข้าง เกิดปัญหาซิลิโคนเอียง ซิลิโคนลอย เนื้อจมูกและฐานจมูกดูเอียงมากกว่าเดิมได้ การเสริมจมูกแบบปิดเป็นเพียงการเพิ่มความโด่งของสันจมูก แต่ไม่สามารถเปลี่ยนรูปร่างรูปทรงของฐานจมูกที่กว้าง หรือ ทรงของปลายจมูกที่ใหญ่ไม่ได้รูป

ข้อดี

1. ฟื้นตัวไว บวมน้อย เนื่องจากรบกวนเนื้อเยื่อน้อยที่สุด
2. มีแผลข้างเดียว

ข้อเสีย

1. โอกาสที่ซิลิโคนจะเอียงและลอยสูงมาก เนื่องจากเป็นการเปิดแผลที่ไม่สมมาตรกัน
2. โอกาสที่เนื้อจมูก และ รูจมูก 2ข้างจะไม่เท่ากันมีค่อนข้างมาก
3. ไม่สามารถปรับโครงสร้างปัญหาจมูกได้ ในการเสริมจมูกแบบปิด

เทคนิคการเสริมจมูกที่คนนิยม

เทคนิค Semi-open

เริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลาย เนื่องจากข้อดีที่ได้กล่าวไปข้างต้น ทั้งการที่สามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้เหมือนโอเพ่น ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นต่ำกว่า ไม่มีแผลเป็น และโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนความเสี่ยงต่างๆน้อยกว่ามาก และเป็นเทคนิคที่คุณหมอเกียร์เลือกใช้ เนื่องจากคุณหมอมีประสบการณ์ในการทำศัลยกรรมทั้ง แบบปิด แบบเปิด และ แบบกึ่งเปิด ซึ่งค้นพบว่า วิธีที่ดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดสำหรับคนไทยและชาวเอเชีย คือแบบกึ่งเปิดค่ะ

การดูแลหลังการเสริมจมูก

  1. งด วิตามิน อาหารเสริม อาหารรสเค็มจัด มาม่า คัพโจ๊ก หลังทำศัลยกรรม 1 เดือน
  2. งด บุหรี่ แอลกอฮอล์ หมักดองของแสลง อาหารทะเล หลังทำศัลยกรรม 1 เดือน
  3. ประคบเย็น 5 วันแรกหลังทำศัลยกรรม นับพรุ่งนี้เป็นวันที่ 1 ประคบบริเวณ หน้าผาก ตา และ แก้ม 2 ข้าง ไม่ให้โดนจมูก ไม่จำเป็นต้องประคบที่หลังหู
  4. ประคบอุ่น 5 วัน หลังประคบเย็น สามารถประคบได้ถึง 3 เดือน จะทำให้ยุบบวมเร็ว ไม่จำเป็นต้องประคบที่หลังหู
  5. เลือดไหลออกจากแผล ใน 3 วันแรก ถือเป็นเรื่องปกติ ความบวมจะได้ไม่บวมและคั่งด้านบน ให้ซับแผลด้วยคัตตอนบัตสเตอร์ไรด์ให้สะอาด ห้ามมีสะเก็ดเกรอะกรังที่แผล หากมีให้ใช้คัตตอนบัตสเตอร์ไรด์ชุบน้ำเกลือวางบนแผลไว้ให้สะเก็ดนิ่มลง และค่อยๆเช็ดออกให้แผลสะอาดตลอด ทั้งที่หลังหูและจมูก
  6. แผลบริเวณจมูก ให้เช็ดแผลด้วยน้ำเกลือสเตอร์ไรด์ และซับให้แห้งทุกครั้ง เช้า เย็น หรือบ่อยตามต้องการหากมีสะเก็ด ส่วนหลังหูให้แกะผ้าก๊อซสเตอร์ไรด์ที่ติดไปให้ในวันที่4หลังทำ และทำแผล เช้า เย็น เช่นเดียวกัน
  7. ห้ามโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหมที่หลังหู 1 สัปดาห์หลังทำ และที่จมูก 2 สัปดาห์หลังทำ
  8. นอนหน้าตรงหัวสูง หนุนหมอน 2-3ใบ และใช้หมอนโดนัทล็อกคอให้ตรง ไม่นอนตะแคง 1 เดือน ป้องกันการเบี้ยวเอียง
  9. อาการบวมเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นหลังทำศัลยกรรม ไม่ต้องกังวล ยุบบวมแน่นอน หากปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  10. 3 วันแรกจะบวมจนตาปิดและช้ำ หากหมั่นประคบเย็น จะยุบบวมเร็วมาก
  11. ยาแก้อักเสบและยาลดบวมให้ทานให้หมด ยาแก้ปวดให้ทานทุก 4-6ชม. ใน 3 วันแรก หลังจากนั้นทานเมื่อมีอาการ
  12. ห้ามออกกำลังกาย และใส่แว่น 1 เดือนหลังทำศัลยกรรม
  13. ทานยาลดน้ำมูกหากมีน้ำมูก ห้ามให้น้ำมูกโดนแผลเด็ดขาด
  14. ไม่ควรเม้มปาก หรือ ขมวดคิ้ว จะทำซิลิโคนไหลลง
  15. กินไข่ได้วันละ 1 ฟอง กินไก่/หมู/เนื้อ/ปลาน้ำจืด ได้ตามปกติ
  16. เทปเฝือกอ่อนที่ติดไป ให้แกะออกวันที่6 นับพรุ่งนี้เป็นวันที่ 1 โดยแกะซ้ายขวาพร้อมกันค่อยๆดึงออกมาตรงกลาง

รีวิวการเสริมจมูกในแต่ละแบบ

เสริมจมูก ปลอดภัย ทรงสายฝอ
เสริมจมูกมีกี่แบบ
เสริมจมูกมีกี่แบบ

คำถามที่พบบ่อย

การเสริมจมูกมีกี่แบบ แบบไหนนิยมที่สุด?

มีทั้งการเสริมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty) การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty) และการเสริมจมูกแบบกึ่งเปิด (Semi-open Rhinoplasty) ซึ่งเป็นเทคนิคแนะนำมากที่สุด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคนไข้ว่าต้องการทำเทคนิคไหน โดยคุณหมอจะเป็นผู้ให้คำแนะนำค่ะ

การดูแลหลังการเสริมจมูก

ไม่ควรทานของหมักดอง ของแสลง ของสุกๆ ดิบๆ อาหารทะเล เลี่ยงอาหารรสจัด ห้ามออกกำลังกายและใส่แว่น 1 เดือนหลังทำศัลยกรรม หากมีน้ำมูก ห้ามให้น้ำมูกโดนแผลเด็ดขาด ไม่ควรเม้มปากหรือขมวดคิ้ว เพราะจะทำซิลิโคนไหลลงค่ะ

รวมบทความทั้งหมด

ทำปากกระจับโดยหมอเกียร์
รวมบทความศัลยกรรมปาก
รีวิว เสริมจมูกกับหมอเกียร์ ดีไหม
รวมบทความศัลยกรรมทั่วไป
ศัลยกรรมหน้าใส หมอเกียร์ ชัญญา คลินิก
รวมบทความปรับรูปหน้า / ผิวพรรณ

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ